คำแนะนำสำหรับพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กที่เป็นโรค IBD

จะแก้ไขอาการแสบผิวหนังรอบทวารหนักได้อย่างไร

แม้การแพทย์ปัจจุบันยังไม่อาจรักษา IBD ให้หายขาดแต่ก็สามารถลดผลกระทบจาก IBD และช่วยให้ลูกของท่านดำเนินชีวิตได้ตามปกติ อาการส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายใน ไม่กี่สัปดาห์หลังเริ่มการรักษา เด็กอาจมีอาการ IBD กำเริบขึ้นมาบ้างสลับกับช่วงโรคสงบซึ่งอาการหายไป เด็กที่ป่วยเป็น IBD ส่วนใหญ่สามารถไปโรงเรียนและเล่นกีฬาหรือ เข้าร่วมในกิจกรรมที่สนใจ และสามารถก้าวหน้าทั้งในด้านการศึกษา อาชีพการงาน และครอบครัวได้

ลูกของท่านจะต้องตรวจอะไรบ้าง

หากแพทย์สงสัยว่าลูกของท่านอาจเป็น IBD ก็จะส่งต่อโรคหน่วย กุมารเวชศาสตร์ (โรคเด็ก) เพื่อรับการตรวจและการดูแลรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง โรคลำไส้หรือที่เรียกว่ากุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร

การตรวจร่างกายมักเริ่มต้นด้วยการตรวจเลือดเพื่อประเมินการอักเสบและ ภาวะเลือดจาง แพทย์อาจพิจารณาการตรวจอุจจาระ (ส่องกล้องจุลทรรศน์ เพาะเชื้อ ทดสอบความไวของเชื้อ) เพื่อตัดการวินิจฉัยท้องเสียจากการติดเชื้อ แพทย์ยังอาจพิจารณาการตรวจระดับโปรตีนที่สูงขึ้นในอุจจาระ (faecal calprotectin หรือ faecal lactoferrin) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้การอักเสบของลำไส้

เด็กส่วนใหญ่จะได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ด้วยกล้องเอนโดสโคป (endoscopy) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อสายอ่อนใหญ่ประมาณนิ้วก้อยติดกล้องและ ไฟฉายที่ส่วนปลายเพื่อส่งภาพมายังหน้าจอ กรณีที่เป็นการส่องกล้องตรวจ ทางเดินอาหารส่วนบน (oesophago-gastro duodenoscopy, OGD) จะใช้วิธี สอดกล้องทางปากเพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนบน ขณะที่การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่จะสอดกล้องเข้ามาทางทวารหนักผ่านเข้าไปยัง ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนล่าง การตรวจข้างต้นจะช่วยให้แพทย์เฉพาะทางเห็น สภาพภายในลำไส้และเก็บชิ้นเนื้อ (เศษเนื้อเยื่อ) มาตรวจเพื่อวินิจฉัยโรค

ลูกของท่านจะไม่รู้สึกตัวระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ การส่องกล้องตรวจลำไส้รวมถึงการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ในเด็กเล็กล้วนปฏิบัติภายใต้ฤทธิ์ยาสลบ ในเด็กโตอาจพิจารณาการให้ยาทำให้ง่วงซึมโดยให้ยาผ่านหลอดเลือดที่แขน แพทย์หรือบุคลากรผู้ให้การรักษา IBD อาจจ่ายอาหารเหลวหรือมีกากอาหารน้อยให้รับประทาน ล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันนัดส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาถ่ายเพื่อขจัดของเสียก่อนการส่องกล้อง อย่างไรก็ดีการให้ยาถ่ายอาจเป็นปัญหาใหญ่ในเด็กหลายคน ท่านอาจให้เด็กใช้ยาถ่ายที่บ้านก่อน เดินทางถึงโรงพยาบาล และควรปรึกษาแพทย์และพยาบาลล่วงหน้าเพื่อที่ทั้งท่านและลูกจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

  • เจ้าหน้าที่จะขอให้ท่านลงชื่อรับรองในเอกสารแสดงความยินยอมการตรวจส่องกล้องของเด็ก ท่านควรปรึกษาแพทย์เสียตั้งแต่ตอนนี้หากมีความวิตกหรือกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท่านไม่เคยปรึกษาแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการตรวจส่องกล้องมาก่อน โรงพยาบาลหลายแห่งมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้าน IBD หรือ โรคทางเดินอาหารในเด็กสำหรับให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนแก่ท่าน นอกจากนี้ท่านยังอาจศึกษาข้อมูลการตรวจส่องกล้องจากเอกสารแผ่นพับที่โรงพยาบาลหรือ หน่วยโรคทางเดินอาหารจัดเตรียมไว้สำหรับเด็กและผู้ปกครองโดยเฉพาะ
  • แพทย์อาจพิจารณาการตรวจด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมเนื่องจากการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบนและการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ไม่สามารถตรวจลำไส้เล็กส่วนที่ กล้องเข้าไม่ถึง ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจอัลตราซาวด์หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) สแกนบริเวณช่องท้อง ตลอดจนการกลืนแป้งแบเรียมหรือกล้องแคปซูล การกลืนแป้งแบเรียมและการทดสอบที่เกี่ยวข้องเป็นการตรวจพิเศษทางรังสีวิทยาโดยให้ผู้ป่วยดื่มสารน้ำ (สี) ซึ่งจะแสดงแนวขอบของลำไส้ การตรวจวิธีนี้ไม่ทำให้ เจ็บปวดแต่ต้องใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้สีย้อมลำไส้ได้อย่างทั่วถึง เด็กบางคนอาจมีปัญหาเมื่อต้องกลืนสารน้ำปริมาณมาก หากจำเป็นพยาบาลอาจต้องใช้วิธีสอด ท่อทางจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร ทั้งนี้ เด็กที่เตรียมตรวจเอ็มอาร์ไอสแกนก็ต้องดื่มสารน้ำก่อนตรวจเช่นเดียวกัน
  • แพทย์อาจพิจารณาการตรวจด้วยกล้องแคปซูลในเด็กที่เป็น IBD โดยให้เด็กกลืนแคปซูลซึ่งมีขนาดประมาณลูกกวาดชิ้นใหญ่ซึ่งจะแสดงภาพระหว่างเดินทางผ่าน ระบบทางเดินอาหารกลับมาที่หน้าจอ หรืออีกทางหนึ่งอาจใช้วิธีสอดท่อเพื่อนำแคปซูลเข้าไปที่ลำไส้ การตรวจด้วยกล้องแคปซูลไม่ได้มีให้บริการในโรงพยาบาลทุกแห่งและ ไม่ใช้ในเด็กเล็ก นอกจากนี้ยังไม่ใช้ในเด็กที่มีการตีบตันของลำไส้ซึ่งพบได้ในโรคโครห์นบางประเภท
  • ลูกของท่านอาจได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ซึ่งใช้เทคนิคสร้างภาพด้วยคลื่นเสียงคล้ายกับการตรวจในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบางแห่งสามารถให้บริการซีทีสแกน (computed tomography) ซึ่งผนวกเทคนิคเอ็กซ์เรย์กับระบบคอมพิวเตอร์พิเศษสำหรับสร้างภาพภายในร่างกาย โดยทั่วไปมักจำกัดการใช้ซีทีสแกนให้น้อยที่สุดเนื่องจาก เกี่ยวพันกับปริมาณรังสีที่สูง

ลูกของท่านจะได้รับการตรวจข้างต้นแบบผู้ป่วยนอก การตรวจแต่ละขั้นตอนอาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน อนึ่ง การตรวจชิ้นเนื้อจะทราบผลในไม่กี่วันหลังการส่องกล้อง

มีการรักษาแบบใดบ้าง

แม้ผลกระทบจาก IBD แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การรักษาก็ยังคงมีวัตถุ ประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกของท่านรู้สึกดีขึ้นจนกระทั่งสามารถควบคุมอาการได้ ปัจจุบันมีการรักษาหลายวิธีสำหรับแต่ละภาวะโดยอาจใช้ตามลำดับหรือใช้พร้อมกัน

โรคโครห์นอาจรักษาด้วยอาหารเหลวสูตรพิเศษ (โภชนบำบัดหรือการให้อาหาร ทางสายยาง) ยา การผ่าตัด หรือพิจารณาการรวมกัน แพทย์มักพิจารณาการรักษา ด้วยโภชนบำบัดเป็นวิธีแรกในเด็กที่มีโรคโครห์นดังที่มีผลการศึกษาวิจัยในเด็กชี้ว่ามี ประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับสเตียรอยด์และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ด้วยวิธีนี้เด็กจะ ต้องรับประทานอาหารเหลวแทนอาหารปกติติดต่อกันหลายสัปดาห์ เด็กส่วนใหญ่มี การตอบสนองที่ดีมากต่อโภชนบำบัดจึงทำให้สามารถลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้ สเตียรอยด์ จากนั้นลูกของท่านอาจได้รับการรักษาด้วยยาในระยะยาวเพื่อควบคุม อาการ

แพทย์มักพิจารณาการรักษาด้วยยาสำหรับโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังเป็นแผล (ulcerative colitis) และลำไส้อักเสบเรื้อรังแบบไม่แน่นอน (IBDU/indeterminate colitis) แต่ก็อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดในเด็กบางคน โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ เรื้อรังเป็นแผลไม่สามารถรักษาด้วยอาหารเหลวแต่สามารถให้อาหารเหลวเป็น ครั้งคราวเพื่อเสริมพลังงาน (แคลอรี) ที่จำเป็นสำหรับการเติบโต