การแก้ไขปัญหาการกลั้นอุจจาระ

การแก้ไขปัญหาการกลั้นอุจจาระสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งแตกต่างไปตามผู้ป่วยแต่ละคน ท่านต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ให้รักษา IBD ของท่านทราบ หากท่านมีอาการอุจจาระ เล็ดแม้อาจทำให้รู้สึกกระดากใจ เพื่อที่แพทย์จะสามารถให้การดูแลรักษาและวินิจฉัยสาเหตุของอาการ ท่านสามารถศึกษาวิธีแก้ไขการกลั้นอุจจาระจากคำแนะนำดังต่อไปนี้

ฝึกกลั้นอุจจาระ

ผู้ที่มีปัญหาการปวดถ่ายทันทีทันใดและขับถ่ายบ่อยอาจฝึกการกลั้นอุจจาระเมื่อรู้สึกปวดถ่าย ท่านอาจรู้สึกว่าทำไม่ได้เลยในช่วงแรกและแม้ฝึกแล้วก็ยังเห็นผลช้า กระทั่งอาจไม่เห็นผลเลยด้วยซ้ำในผู้ป่วยบางคน ทั้งนี้เป็นเพราะการฝึกขับถ่ายต้องอาศัยการพัฒนาการทำงานของไส้ตรงและกล้ามเนื้อหูรูด รวมถึงความมั่นใจของท่านเอง

ปรับท่านั่งถ่าย

การอักเสบของลำไส้อาจเป็นสาเหตุให้ขับถ่ายไม่หมดโดยเฉพาะในผู้ป่วยผ่าตัดต่อลำไส้ (ileo-anal pouch) การปรับท่านั่งระหว่างขับถ่ายโดยวางเท้าไว้บนที่พักเท้า และออกแรกเบ่งจากกล้ามเนื้อท้อง (แทนที่จะกลั้นหายใจแล้วเบ่ง) อาจช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น

บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอยู่ที่ฐานอุ้งเชิงกราน (ขอบกระดูกใกล้ก้นกบซึ่งทำหน้าหน้าที่พยุงอวัยวะ ได้แก่ ลำไส้ มดลูก และกระเพาะปัสสาวะ) แนวกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เริ่มจากกระดูกหัวเหน่าที่ด้านหน้ามาถึงกระดูกก้นกบทางด้านหลัง ท่านอาจคุ้นเคยกับการบริหารกล้ามเนื้อชุดนี้ การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสามารถฟื้นฟูกกล้ามเนื้อที่ หย่อนคล้อยในหญิงหลังคลอดบุตร รวมถึงฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่อ่อนแอลงตามวัยในผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงซึ่งมีปัญหาปัสสาวะเล็ด การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานยัง เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบทวารหนักจึงช่วยแก้ไขปัญหากลั้นอุจจาระไม่อยู่ได้อีกทางหนึ่ง ท่านควรฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธีและตรวจสอบ อย่างสม่ำเสมอ ในลำดับแรกท่านควรจัดสรรเวลาโดยเฉพาะเพื่อที่จะมีสมาธิกับการฝึกบริหารกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี แต่ในไม่ช้าการบริหารกล้ามเนื้อจะกลายเป็นเรื่องง่ายและ สามารถทำได้ทุกที่ เมื่อกล้ามเนื้อของท่านแข็งแรงขึ้นแล้วก็จะสามารถขมิบกล้ามเนื้อได้นานขึ้นและทำซ้ำได้มากขึ้น อีกด้านหนึ่งการออกกำลังกายเบาๆ เช่น ว่ายน้ำและ พิลาทิสก็สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้เช่นเดียวกัน

ฝึกการเบ่งถ่าย (biofeedback therapy)

ผู้ป่วยอาจฝึกการเบ่งถ่ายอุจจาระร่วมกับการบริการกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเพื่อปรับการทำงานของลำไส้ ในการฝึกนี้นักกายภาพบำบัดจะใส่อุปกรณ์ขนาดเล็กเข้าไปใน ทวารหนักเพื่อตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อระหว่างฝึกการเบ่งถ่ายและกำหนดการบริหารเพื่อควบคุมและลดอาการ (เช่น อาการอุจจาระเล็ด) การรักษาวิธีนี้ยังไม่ได้ใช้กัน แพร่หลาย แต่ท่านอาจสอบถามแพทย์หรือบุคลากรผู้ให้การดูแลรักษา IBD ของท่านถึงทางเลือกการรักษาวิธีนี้หรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาล สถานพยาบาลอื่น ที่สามารถให้บริการได้

การใช้ยาต้านท้องเสีย

ยาต้านท้องเสียซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนมักได้ผลดี (ลดปัญหากลั้นอุจจาระไม่อยู่และการปวดถ่ายทันทีทันใด) ในผู้ที่มีปัญหากลั้นอุจจาระร่วมกับท้องเสีย หรือถ่ายเหลว อย่างไรก็ดีท่านไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้ในช่วงที่อาการกำเริบเนื่องจากอาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และท่านควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรผู้ให้ การดูแลรักษา IBD ของท่านก่อนใช้ยาต้านท้องเสีย

ปรับอาหารและเครื่องดื่ม

การปรับอาหารอาจช่วยลดอาการท้องเสียและความเสี่ยงอุจจาระเล็ดในผู้ป่วยบางกลุ่มได้

การใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาระหว่างกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ (gastro-colic response)

ปฏิกิริยาระหว่างกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่หมายถึง การมีคลื่นแรงดัน (peristalsis) ที่เดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อกลืนอาหาร หรือเครื่องดื่มเพื่อที่จะเคลื่อนอาหารให้เข้าสู่ไส้ตรง ปฏิกิริยานี้อาจแรงมากในผู้ป่วย โรคโครห์นหรือลำไส้อักเสบจนทำให้รู้สึกปวดถ่ายขึ้นมาระหว่างรับประทานอาหาร หรือปวดถ่ายทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยโรคโครห์นและ ลำไส้อักเสบบางส่วนจึงหลีกเลี่ยงมื้อเช้าซึ่งเป็นช่วงที่ลำไส้ทำงานมากที่สุดโดย เฉพาะหากมีธุระต้องออกจากบ้าน อย่างไรก็ดีการเลี่ยงขับถ่ายนอกบ้านด้วยวิธีนี้ กลับจะทำให้ท่านขาดพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับรักษาสุขภาพที่ดี

บางคนใช้วิธีแบ่งเวลาให้เพียงพอสำหรับการรับประทานอาหารและเข้าห้องน้ำได้ หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าขับถ่ายจนหมดก่อนออกจากบ้าน โดยอาศัยปฏิกิริยา ระหว่างกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ช่วยในการขับถ่ายและลดความจำเป็นต่อการ ใช้ห้องน้ำนอกบ้านหรือเกิดอุจจาระเล็ดในระหว่างวัน

การจัดการกับปัญหาผายลม

การผายลมมักเป็นปัญหาที่ควบคุมได้ยากที่สุด ท่านสามารถควบคุมปัญหา การผายลมโดยปฏิบัติตามคำแนะนำการบริหารและการปฏิบัติตัวสำหรับควบคุม การกลั้นอุจจาระข้างต้น อาหารมักเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณและกลิ่น ของการผายลม ท่านอาจทดลองเปลี่ยนอาหารเนื่องจากอาหารที่ทำให้มีลมมากอาจ แตกต่างไปในแต่ละคน แต่ไม่มีวิธีใดที่จะกำจัดการผายลมได้อย่างเด็ดขาด

หากท่านมีภาวะลำไส้อักเสบอาจทำให้แยกความรู้สึกจากการอยากถ่ายอุจจาระ และการผายลมได้ยาก ท่านอาจรู้สึกปวดถ่ายแต่กกลับเป็นว่ามีเพียงการผายลม หรือท่านอาจรู้สึกว่าผายลมได้สบายแต่กลายเป็นว่ามีอุจจาระเหลวออกมาด้วย แม้คนส่วนใหญ่ผายลมวันละ 5-15 ครั้ง แต่ท่านไม่สามารถสังเกตได้ว่ามีใครผายลม หรือไม่ ขอให้ท่านสบายใจว่าทุกคนมีกิจธุระของตัวเองและไม่ได้ใส่ใจกับการผายลม ของท่านเลย

การดูแลผิว

ปัญหากลั้นอุจจาระหรือขับถ่ายบ่อยอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกไม่สบายและเครียด ท่านควรทำความสะอาดหลังการขับถ่ายโดยใช้สายชำระหรือ ใช้ทิชชูเปียกแทนทิชชูแห้ง รวมถึงปรึกษาแพทย์และพยาบาลถึงการใช้ครีมและขี้ผึ้งเพื่อปกป้องผิวจากอุจจาระ

กำจัดปัญหากลิ่น

ท่านอาจใช้สเปรย์ดับกลิ่นหากท่านกังวลกับปัญหากลิ่นเหม็น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีทวารเทียม

ผลิตภัณฑ์และคำแนะนำที่อาจช่วยได้

แม้ผลิตภัณฑ์สำหรับจัดการกับปัญหาอุจจาระเล็ดโดยเฉพาะอาจมีไม่มากนัก แต่ท่านอาจประยุกต์จากผลิตภัณฑ์ที่มีและคำแนะนำต่อไปนี้

- แผ่นอนามัยและกางเกงชั้นใน

แผ่นอนามัยส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับปัญหาปัสสาวะเล็ดจึงทำให้มีขนาดใหญ่เทอะทะและไม่เข้ารูป อย่างไรก็ดีท่านสามารถหาซื้อแผ่นอนามัยสำหรับปัญหาอุจจาระเล็ด โดยเฉพาะทางอินเตอร์เน็ตหรือร้านขายยา ผลิตภัณฑ์นี้ยังช่วยเก็บอุจจาระและป้องกันผิวอักเสบได้ดี

ท่านอาจใช้แผ่นอนามัยที่ใหญ่ขึ้นหรือกางเกงชั้นในที่มีแผ่นซึมซับสำหรับอุจจาระเล็ดที่อาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นบ่อยเพื่อป้องกันการเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า โดยติดต่อบริษัท ผู้ผลิตเพื่อขอรับผลิตภัณฑ์ตัวอย่างหรือสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่าย

- จุกปิดทวารหนัก

ใช้สำหรับสอดเข้าทางทวารหนักซึ่งสามารถป้องกันอุจจาระเล็ดได้นานถึง 12 ชั่วโมง อย่างไรก็ดีผู้ป่วยบางส่วนบ่นว่าวิธีนี้ไม่สบายหรือระคายเคือง ท่านต้องถอดจุกปิด ทวารหนักออกก่อนขับถ่ายจึงไม่เหมาะหากท่านขับถ่ายบ่อย ควรปรึกษาบุคลากรผู้ให้การดูแลรักษา IBD ของท่านเกี่ยวกับการใช้จุกปิดทวารหนักเนื่องจากวิธีนี้ไม่ได้ เหมาะสมสำหรับทุกคน

- คลินิกสำหรับผู้มีปัญหาการขับถ่าย

ท่านสามารถปรึกษาคลินิกสำหรับผู้มีปัญหาการขับถ่ายเพื่อขอรับคำแนะนำอย่างเป็นส่วนตัว โดยท่านอาจติดต่อด้วยตนเองหรือขอให้แพทย์/บุคลากรผู้ให้การดูแล รักษา IBD ของท่านส่งต่อคลินิกให้

เมื่อต้องออกนอกบ้าน

การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ท่านออกนอกบ้านได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

- ชุดเครื่องใช้ฉุกเฉิน

ควรติดแผ่นอนามัย ชุดชั้นใน ทิชชูเปียกชนิดปราศจากแอลกอฮอล์ ทิชชูแห้ง ถุงสำหรับใส่เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน กระจกบานเล็กสำหรับตรวจสอบความสะอาด ไม้หนีบผ้า สเปรย์ดับกลิ่น และครีม เช่น ครีมสูตรซิงค์หรือน้ำมันละหุ่งสำหรับป้องกันอาการแสบผิว โดยท่านอาจ เปลี่ยนเสื้อผ้ายังที่ทำงานหรือในรถในกรณีเกิดอุบัติเหตุอุจจาระเล็ด

- เสื้อผ้า

สวมกางเกงหรือกะโปรงที่ถอดง่าย เช่น กางเกงหรือกระโปรงที่ติดยางยืดหรือตีนตุ๊กแกแทนกระดุม เสื้อผ้าสีเข้มจะช่วยพรางรอยเปรอะเปื้อนได้ดี คุณผู้หญิงอาจเลือก สวมกระโปรงซึ่งจะช่วยปกปิดได้ดีกว่าและติดถุงน่องสำรองไว้สักคู่

- เดินทางด้วยรถส่วนตัว

หลายคนที่มีปัญหาการขับถ่ายวางแผนการเดินทางโดยแวะตามห้องน้ำระหว่างทาง ท่านสามารถตรวจสอบจุดให้บริการห้องน้ำระหว่างทางได้จากอินเตอร์เน็ต

- เดินทางด้วยขนส่งมวลชน

การเดินทางด้วยขนส่งมวลชนอาจเป็นเรื่องที่สำคัญหากท่านต้องเข้าห้องน้ำรีบด่วน ปัจจุบันรถโดยสารระยะไกลมักมีห้องน้ำประจำรถ

เมื่อต้องพักข้างคืน

เมื่อต้องไปพักข้างคืนก็ควรที่จะต้องคิดเผื่อเรื่องที่นอน การเดินทาง และการทำความสะอาดเสื้อผ้า

- ป้องกันที่นอนเปรอะเปื้อน

ปูผ้าขนหนูหรือผ้ายางไว้บนที่นอนกรณีที่อาจมีอุจจาระเล็ดตอนกลางคืน ท่านอาจหาซื้อผ้ายางชนิดใช้ครั้งเดียวจากอินเตอร์เน็ต

- ทำความสะอาดเสื้อผ้า

เตรียมอุปกรณ์ซักผ้าก่อนเดินทาง ได้แก่ หลอดใส่ผงซักฟอก ไม้แขวนเสื้อแบบพับเก็บได้ และราวตากผ้าแบบพกพา (พร้อมไม้หนีบผ้า) หากท่านต้องซักผ้าด้วยตนเอง

- การโดยสารเครื่องบิน

หากทำได้ให้จองที่นั่งใกล้ห้องน้ำ เตรียมเครื่องใช้จำเป็นทุกอย่างไว้ในกระเป๋าถือ 'ชุดเครื่องใช้ฉุกเฉิน' ข้างต้นจะช่วยท่านได้มาก อย่างไรก็ดีท่านควรตรวจสอบว่า สายการบินอนุญาตให้นำสเปรย์ดับกลิ่นติดตัวไปบนเครื่องหรือไม่

จัดการกับความเครียดและวิตกกังวล

ความเครียดมักส่งผลให้ผู้ป่วยโรคโครห์นหรือลำไส้อักเสบมีอาการกำเริบ ข้อมูล จากการศึกษาวิจัยพบว่าความเครียดอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบหรือรุนแรงขึ้น ซึ่งความจริงแล้วอาการท้องไส้ปั่นป่วนเมื่ออยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอาจเกิดได้ กับทุกคนไม่จำเพาะแต่ผู้ป่วยโรคโครห์นหรือลำไส้อักเสบเท่านั้น

ท่านอาจปรึกษานายจ้างเกี่ยวกับภาวะของท่านหากมีความกังวลกับการควบคุม อาการระหว่างอยู่ในที่ทำงาน

ท่านอาจบันทึกเวลาที่อาการรุนแรงขึ้นและตรวจสอบว่าสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่ทำ ให้เครียดหรือไม่ การระบุผลของความเครียดต่อลำไส้และหาวิธีลดความเครียดอาจ ช่วยลดผลจากความเครียดต่อการขับถ่าย ท่านอาจใช้เทคนิคผ่อนคลายและบรรเทา ความเครียด เช่น รู้จักปฏิเสธภาระทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หรือใช้เวลาสำหรับกิจกรรม ที่ท่านโปรดปราน

การระบายความรู้สึกก็สามารถช่วยท่านได้อีกทางหนึ่ง ท่านอาจรู้สึกดีขึ้นเมื่อเปิด เผยให้คนที่ท่านรักทราบถึงสิ่งที่ท่านต้องเผชิญ นอกจากนี้ท่านสามารถขอปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญถึงสิ่งที่ทำให้ท่านเป็นกังวล รวมถึงอาจพูดคุยกับผู้ที่เข้าใจปัญหาของ ผู้ป่วย IBD ซึ่งจะช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้นได้อีกทางหนึ่ง