โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) จะทำให้เป็นมะเร็งลำไส้หรือไม่



โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (UC) ไม่ใช่โรคมะเร็ง อย่างไรก็ดีหากท่านเป็นโรค UC หลายปีก็อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง

ความเสี่ยงสูงขึ้นตามพื้นที่ของลำไส้ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากลำไส้อักเสบ และยิ่งสูงขึ้นหากท่านมีการอักเสบตลอดความยาวของลำไส้ใหญ่เมื่อเทียบกับการที่มีการ อักเสบของลำไส้ใหญ่เฉพาะทางฝั่งซ้าย การอักเสบเฉพาะส่วนของไส้ตรงไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ การศึกษาวิจัยรายงานว่าความเสี่ยงต่อมะเร็งมักสูงขึ้นที่ 8-10 ปีหลังเริ่มมีอาการ IBD โดยไม่เกี่ยวกับวันที่ท่านตรวจพบโรค ซึ่งอาจล่าช้ากว่าวันที่เริ่มมีอาการมาก นอกจากนี้การเกิดโรคตับที่เกิดจากการอักเสบที่ท่อน้ำดีโดย ไม่ทราบสาเหตุ (Primary Sclerosing Cholangitis : PSC) ยังส่งผลให้ท่านมีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้สูงขึ้นเช่นกัน

เซลล์อาจมีการเจริญผิดปกติก่อนที่จะเกิดก้อนเนื้องอก การเจริญผิดปกติในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านขนาด รูปร่าง และรูปแบบของเซลล์ผนังลำไส้ซึ่งไม่ใช่ มะเร็งแต่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอาจมีมะเร็งเกิดขึ้นในเซลล์ดังกล่าว แพทย์สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนี้ระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

ดังนั้นหากท่านเป็น UC ชนิดมีการอักเสบตลอดความยาวของลำไส้ใหญ่ หรือการอักเสบของลำไส้ใหญ่เฉพาะทางฝั่งซ้ายมาแล้วอย่างน้อย 8 ปีก็ควรปรึกษาแพทย์ว่า ท่านมีความจำเป็นในการส่องกล้องเพื่อตรวจสัญญาณของเซลล์เจริญผิดปกติหรือมะเร็งหรือไม่

อย่างไรก็ดีโดยรวมผู้ป่วย IBD ที่เกิดมะเร็งลำไส้มีจำนวนน้อยมาก และมะเร็งมีโอกาสรักษาหายขาดมากขึ้นหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น

โรคโครห์นจะนำไปสู่มะเร็งหรือไม่

ท่านอาจมีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้สูงขึ้นเล็กน้อยหากโรคโครห์นของท่านส่งผลกระทบต่อลำไส้ใหญ่ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่เรื้อรังติดต่อกันนาน 8-10 ปี ความเสี่ยงมะเร็ง
ลำไส้ยิ่งสูงขึ้นหากท่านมี Primary Sclerosing Cholangitis ซึ่งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับด้วย


ที่มา
http://s3-eu-west-1.amazonaws.com/files.crohnsandcolitis.org.uk/Publications/ulcerative-colitis.pdf
http://s3-eu-west-1.amazonaws.com/files.crohnsandcolitis.org.uk/Publications/crohns-disease.pdf