ผลกระทบต่อจิตใจของเด็กที่เป็นโรค IBD

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเด็กที่เป็น IBD อาจแตกต่างกัน แต่ปัญหาที่พบบ่อยมักได้แก่การอับอายและกังวลต่อโรคของตนเอง
เช่น เด็กอาจต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำ อาจมีเสียงหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์จนถูกล้อหรือกลั่นแกล้ง เด็กบางคนปกปิดโรค IBD ของตนแม้แต่กับเพื่อนสนิท มีการอดอาหาร หรือหลีกเลี่ยงการเข้าห้องน้ำ

ปัญหาต่อภาพลักษณ์
เด็กอาจรู้สึกแย่ที่ตัวเตี้ยกว่า ผอมกว่า หรือมีพัฒนาการน้อยกว่าเพื่อนร่วมชั้นโดยเฉพาะหากถึงวัยเจริญพันธุ์ที่ช้ากว่า เด็กที่ใช้สเตียรอยด์ขนาดสูงอาจกังวลกับ
ปัญหาน้ำหนักตัว ความอ้วนและสิวอีกด้านหนึ่งเด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD อาจไม่มีความผิดปกติแสดงให้เห็น ทำให้เพื่อนอาจไม่เชื่อว่าเด็กมีปัญหาด้านร่างกายหรือปัญหาด้านจิตใจ

รู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยก
เด็กอาจเกิดความรู้สึกว่าตนเองต่างจากคนอื่นเพราะไม่สามารถรับประทานอาหารอย่างเดียวกันได้ ต้องขาดเรียนบ่อย รวมถึงไม่สามารถเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นร่วมกับเพื่อน เด็กคนอื่นอาจไม่เข้าใจอาการป่วยของเพื่อนหรือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนดูไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านความสัมพันธ์หรือการกลั่นแกล้งและจะทำให้เด็กกันตัวเองออกจากคนอื่น

ซึมเศร้าและวิตกกังวล
ปัญหาซึมเศร้าและวิตกกังวลมักพบบ่อยในผู้ป่วย IBD เมื่อเทียบกับผู้ที่มีสุขภาพปกติ นอกจากนี้การรับมือกับความอ่อนเพลียและการอดนอนยังอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์และคุณภาพชีวิตด้วย

วัยรุ่น
การเป็นวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย วัยรุ่นที่เป็น IBD จึงมักมีปัญหาซึมเศร้า/วิตกกังวลและปัญหาการเข้าสังคมมากกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เรื่องนี้อาจเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะในช่วงอาการกำเริบหรือระหว่างการรักษาด้วยสเตียรอยด์ ในช่วงนี้เด็กอาจต้องเปลี่ยนไปรักษาในแผนกเดียวกับผู้ใหญ่อาจยิ่งทำให้เด็กเครียดและสูญเสียความมั่นใจ ซึ่งเด็กอาจรับมือโดยใช้วิธีหนีปัญหาที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่

สิ่งที่จะสามารถช่วยได้

การจัดการความเครียด
ความเครียดอาจทำให้อาการ IBD แย่ลงในเด็กบางราย ซึ่งหมายความว่าความเครียดจากการสอบก็อาจทำให้ IBD กำเริบขึ้นมาได้ เด็กอาจต้องได้รับ
การประคับประคองในช่วงนี้เพื่อไม่ให้เขาคร่ำเครียดกับการเตรียมสอบมากเกินไป

เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง
การส่งเสริมให้เด็กและวัยรุ่นรับมือกับปัญหาด้วยวิธีการเชิงบวกก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง พ่อแม่อาจช่วยลูกมองหาจุดเด่นของตนเองและเน้นไปที่สิ่งที่เขาทำได้
แทนที่จะจมจ่อมอยู่กับสิ่งที่เขาทำไม่ได้ เช่นช่วยลูกหากิจกรรมสนุกๆ ที่สอดคล้องกับตัวโรค

การพูดคุยกับลูกถึงความสำคัญในการดูแลตัวเองก็มีประโยชน์เช่นกันทั้งเรื่องนอนให้เพียงพอ การพักผ่อนและเวลาสำหรับผ่อนคลาย ตลอดจน การจัดตารางสำหรับการเรียน

รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น
การพบปะกับเด็กและวัยรุ่นคนอื่นที่เป็น IBD เหมือนกันจะช่วยให้เด็กยอมรับโรคของตนเองและรู้สึกว่าตนเองก็ 'ปกติ'


ให้ข้อมูลเรื่อง IBD แก่เพื่อน
การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค IBD แก่เพื่อนของเด็กจะช่วยสานสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจ คุณอาจใช้วิธีให้ข้อมูลเกี่ยวกับ IBD สำหรับเด็กกลุ่มเล็กหรือเด็กทั้งห้องในระหว่างการเรียนการสอน โดยประสานขอความช่วยเหลือจากบุคลากรด้านการดูแลสุขภาพ เช่น พยาบาล IBD การให้ข้อมูลจะช่วยให้เด็กคนอื่นมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของเด็ก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เด็กกล้าที่จะพูดถึงโรคของตนอย่างมั่นใจการเคารพพื้นที่ส่วนตัว

การเคารพพื้นที่ส่วนตัว
เด็กและวัยรุ่นบางคนไม่ต้องการให้คนอื่นทราบว่าตนเป็น IBD และต้องการเก็บโรคของตนไว้เป็นความลับ เด็กส่วนใหญ่ต้องการให้คนอื่นคาดหวังและปฏิบัติต่อตนเองไม่ต่างจากเพื่อน

ความช่วยเหลือพิเศษ
จะดีมากหากเด็กหรือวัยรุ่นที่เป็น IBD มีที่พึ่งที่โรงเรียนในยามที่เขาวิตกกังวล เด็กบางคนอาจจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากผู้บริหารโรงเรียน พยาบาล IBD หรือนักจิตวิทยาคลินิก

คำแนะนำ: รู้สึกไม่สบายระหว่างอยู่ที่โรงเรียน
เด็กหรือวัยรุ่นที่เป็น IBD มักรู้สึกอ่อนเพลียและปวดท้องบ่อย อาการปวดและความอ่อนเพลียส่งผลกระทบต่อสมาธิและอาจทำให้เด็กต้องหยุดเรียน อย่างไรก็ดี เด็กอาจเรียนได้ตามปกติหากได้พักสักครู่หรือได้รับยาลดปวด หากทำได้ควรให้เด็กตัดสินใจว่าจะกลับบ้านหรืออยู่โรงเรียนต่อ ครูอาจปรึกษาพ่อแม่หากเด็กตัดสินใจไม่ได้

บุคคลสำคัญ

บุคลากรของโรงเรียน
บุคคลสำคัญในโรงเรียนจะต้องตระหนักถึงโรค IBD และความจำเป็นของเด็ก โดยครอบคลุมทั้งครูประจำชั้น ครูประจำรายวิชาหรือหัวหน้าชั้นปี รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาลหรือพยาบาลประจำโรงเรียน (หากมี)

พ่อแม่ ผู้ให้การดูแล และครอบครัว
หากลูกเป็น IBD ก็จะส่งผลกระทบมาถึงพ่อแม่และครอบครัว พ่อแม่อาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะยอมรับความจริงว่าลูกมีโรคเรื้อรังตลอดชีวิต



การรับมือกับการวินิจฉัยอาการที่ดูแลรักษายาก การกำเริบ การรักษา และความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของโรค IBD อาจสร้างความเครียดต่อทั้งครอบครัว รวมถึงพี่น้อง อย่างไรก็ดีกำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD

ดังนั้น นอกเหนือจากการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับครอบครัวของเด็กเพื่อวางแผนการดูแลเด็กระหว่างอยู่ที่โรงเรียนแล้ว บุคลากรของโรงเรียนยังอาจต้องให้
ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของเด็กด้วย โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาแก่พี่หรือน้องซึ่งต้องรับมือกับสายตาของคนอื่น

เด็กและวัยรุ่นควรได้รับการดูแลรักษาโดยทีมบุคลากรสหวิชาชีพสำหรับการดูแลรักษาโรค IBD และเด็กควรสามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับโรคของตนจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้าน IBD แพทย์เฉพาะทางด้านโรคทางเดินอาหารหรือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

พยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้าน IBD อาจร่วมวางแนวทางการดูแลเด็กระหว่างอยู่ที่โรงเรียน คุณควรขอหมายเลขโทรศัพท์ของพยาบาลไว้เผื่อจำเป็นต้องขอคำแนะนำในวันข้างหน้า

เด็กและวัยรุ่นบางคนอาจปรึกษานักจิตวิทยาซึ่งเป็นหนึ่งในทีมบุคลากรผู้ให้การดูแลรักษา IBD นักจิตวิทยาอาจประสานงานร่วมกับท่านและบุคลากรอื่นของโรงเรียน

ที่มา
http://s3-eu-west-1.amazonaws.com/files.crohnsandcolitis.org.uk/Publications/children-schools-IBD-guide.pdf